มุมมองต่อบริษัทขนาดใหญ่ที่ ขับเคลื่อนที่ได้ช้าในยุคนี้

มุมมองต่อบริษัทขนาดใหญ่ที่ ขับเคลื่อนที่ได้ช้าในยุคนี้

ในยุคที่บริษัทมากมายเติบโตขึ้นและเติบโตเป็นอัตราเร่ง บริษัท Startup ต่างๆ ที่พยายาม Disrupt อุตสาหกรรมต่างๆ และสามารถ Disrupt บริษัทใหญ่ๆ ที่เคลื่อนที่ได้ช้าๆ เช่น Nokia, Kodak ดังคำที่ว่า “ปลาเร็วกินปลาช้า”

ผมได้มีโอกาศได้ร่วมงานในตำแหน่งหนึ่ง มาเป็นระยะเวลา 1 ปี ซึ่งเห็นสิ่งต่างๆ ภายใน ทั้งผู้คน และกระบวนการทำงาน ภายองค์กรขนาดใหญ่ที่เคลื่อนที่ได้อย่างช้าๆ ที่อยากจะมาเล่าให้ฟัง สิ่งสำคัญที่ทำให้บริษัทเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ก็คือ บุคลากร ในตำแหน่งต่างๆ ของบริษัท เพราะฉะนั้น เรื่องคนจึงสำคัญมาก เพราะต้องทำงานร่วมกันหลายๆ ฝ่าย จึงทำให้บริษัทเคลื่อนตัวไปข้างหน้าได้

ภายในบริษัทมีสิ่งหนึ่งของการทำงานเป็นทีมที่สำคัญคือ รูปแบบของการทำงานเช่น Agile Scrum ซึ่งส่วนมากหลายๆคนจะชินกับ process แบบ waterfall มากกว่า ถ้าหากใครทำงานสาย Tech Company ก็จะคุ้นเคยเป็นอย่างดี

ในเรื่องการทำงานก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับองค์กรนั้นๆ เพราะแต่ละองค์กรมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ซึ่งเรื่องพวกนี้ถ้าเราปรับตัวได้จะทำให้เราทำงานได้ราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

อย่างที่ยกตัวอย่างมา เรื่อง Tools ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ ในการสื่อสารและการทำงาน เช่น

  1. Slack (เชื่อว่าบริษัทสาย tech เกือบทุกบริษัทจะใช้) ใว้พูดคุยติดต่อสือสาร ส่งไฟล์ และสามารถ integrate กับ platform อื่นๆ ได้เช่น trello
  2. Microsoft team จะเหมือน กับ Slack อยู่ที่ใครจะเลือกใช้
  3. Trello, Asana ที่ใช้วาง Time line plan ของ Project
  4. Line Group (อันนี้น่าจะเป็น general มากๆ ) ใช้ทุกที่

ทีนี่จะขอยกตัวอย่างของการทำงาน อีกส่วนหนึ่งก็คือ DevOps จะเป็นการทำงานเป็นหลายๆ ฝ่ายๆ มาผสานการทำงานกัน ได้แก่ Developer (นักพัฒนา) Operations (คนดูแล Server) จะเริ่มตั้งแต่

Developer (รับ Requestment) -> แปลงเป็น Code -> ส่งให้ Operation -> Operation Deploy ขึ้น Server -> Operation Feedback ให้ Developer

จริงๆ จะมีขั้นตอนอีก 2 ขั้นตอนมาแทรกก่อน ขึ้น Product จริง ได้แก่ เมื่อ Developer พัฒนา Product เสร็จแล้วจะต้องมี Tester ทดสอบก่อน แล้วจึงมา UAT (User Acceptance Test) คน UAT ก็คือ Marketing และ Operation หน่ะแหละ อีกส่วนหนึ่งที่ใช้เวลา ก็คือส่ง code ไป VAScan (Vulnerability Assessment) คือการหาช่องโหว่ ที่จะเสียงถูกโจมตี

เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่ดี ที่ทำให้ Product ออกมามีคุณภาพ แต่มีข้อเสียคือใช้เวลาเยอะมากกับขั้นตอนต่างๆ อาจจะหลักอาทิตย์หรือหลักเดือน หาก แต่ละทีมหรือแต่ละฝ่าย ย่อมไม่ได้มี Project เดียว ต้องรอเข้าคิวทำ Sprint อีก สรุปหลายเดือน!! ซึ่งจริงๆแล้วการวางโครงสร้างของระบบไม่ได้ซับซ้อน เช่นการทำ CI/CD ของการ Deploy product ซึ่งจะทำให้ลดเวลาและความเสี่ยงอื่นๆได้มาก และยังมีอีกหลายๆส่วนที่สามารถปรับปรุงกระบวนการให้ไวและมีคุณภาพกว่านี้ได้

อีกเหตุผลหนึ่งของการพัฒนาที่ช้า คือการปรับตัวของแต่ละคนที่มีสิ่งใหม่ๆเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นศาสตร์ของการทำงานต่างๆ หรือวัฒนธรรมใหม่ๆขององค์กร ที่ต้องปรับตัวทุกๆ ฝ่ายในการทำงานกับร่วมกับ หากปรับใครคนใดคนนึง ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำให้การทำงานลุล่วงไปด้วยดี เช่น การใช้ช่องการสื่อการที่สะดวกที่สุดในการร่วมกันในการพัฒนา Project A ให้ใช้ Slack ก็มีบางคนใช้บ้างไม่ใช้บ้าง ส่วนใหญ่ก็ไปใช้ Line กันหมด ทำให้ระบบใหม่ๆ ที่เข้ามาไม่บรรลุผล