ได้อะไรจากโครงการ Sprint Accelerator Thailand

ได้อะไรจากโครงการ Sprint Accelerator Thailand

ขอเล่าย้อนหลังของโครงการ SPRINT Accelerator Thailand Batch 3 มีเปิดรับสมัครก็ได้ลองส่งโครงการเข้าไป และก็ได้ติดโครงการเข้า Boot camp ช่วง ปลายเดือนกรกฎาคม ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ ใน session english ตลอดโครงการ

โครงการทั้งหมดจะแบ่งเป็นช่วงมี Bootcamp 3 วัน และเข้า Class 5 Class เป็นเวลา 3 เดือน มี session 1-1 ได้คุยกับ Mentor ด้าน Startup โดยตรง และสุดท้ายคือวัน DEMO Day นำเสนอผลงานของเรานั่นเอง วันสุดท้ายนี้ถือว่าเป็นวันที่ตื่นเต้นที่สุดเพราะมีนักลงทุนหลายๆ คนมาในวันนี้ด้วย

Bootcomp 3 วันมีอะไรบ้าง?

Day1: Value Proposition, Early Adopter Analysis, Current Solution
Day2: Initial Pitch Workshop
Day3: Design Studio (Ideation), Rapid Prototyping, New Solution Journey, Usability Testing

มี SLIDE เก็บใว้ด้วย

ส่วนมากคนที่เข้าโครงการนี้จะเป็นที่มีของแล้ว และเป็น deep tech ทั้งสิ้น แต่ละทีมที่ได้รู้จักถือว่าโหดๆทั้งนั้น ทั้งเรื่องการ Pitching หรือตัว Product ของบริษัทเอง สิ่งนึงที่ได้เลยคือ การได้รับความรู้ทางธุรกิจที่หลากหลายเพราะ class นี้จะเชิญคนที่ประสบการณ์หลายๆ คนมาสอน เช่น Dr. Hui Ying เป็น deep tech ทางด้าน Medtech ใน class แกก็มาเล่าทางด้าน Evaluating Opportunities , Market Attractiveness การ Calculating Market Size , Technology Centrality ซึ่งเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องสำคัญในการทำธุกิจที่ต้องรู้

1-1 ได้คุยกับ Coach session นี้ถือว่าดีมาก เพราะจะแนะนำและติดตามสิ่งที่เราทำเช่น เราอยู่ state ไหนจะ next step ยังไง การหาลูกค้า การ prove product หรือ idea ยังไง คู่แข่งของเรา มีใครบ้าง เราแตกต่างจากคนอื่นยังไง ซึ่งปัญหาเหล่านี้ Coach จะช่วยแนะแนวให้

พอจบ 3 เดือนไวมากก ก็ได้ Present ในวัน DEMO DAY ถือเป็นความตื่นเต้นของทีม 55 ต้องจับฉลากลุ้นว่าทีมไหนได้ขึ้นก่อน แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่ได้แข่งเพื่อเอาอันดับ แต่เป็นการแข่งเพื่อเอา Recommend จากนักลงทุน (อันนี้ต้องเก็บละเอียดทุกคำถาม แล้วนำไปปรับปรุง) อันไหนน่าสนใจหรือโดนนักลงทุนก็อาจจะมีหลังไม ได้เงินนักลงทุนได้เหมือนกัน สุดท้ายแล้วถือเป็นความโชคดีที่ NIA ได้เข้ามาสนับสนุนตรงนี้ด้วย เลยได้เงินเปล่าจาก NIA มาต่อยอดด้วย ต้องขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย และก็ขอแสดงความยินดีกับทุกทีมที่ได้รางวัลด้วยครับ

สรุปสิ่งที่ได้ 3 เดือนกว่า

  1. Connection ใหม่ๆ อันนี้ดียังไงเคยเขียนใว้ใน Medium
  2. เมื่อได้ Connection แล้วก็จะเกิดโอกาศใหม่ๆ มาตามมา
  3. ได้ความรู้ไปต่อยอดและแรงบรรดาลใจอย่างมหาศาล มีคำคำนึงที่บอกว่า ในโลกนี้มีคนเก่งกว่าเราเสมอ
  4. ได้ฝึก skill ภาษา ส่วนตัวพอได้บ้าง แต่เจอของจริง ในเรื่องของ Deep Tech ก็ยากเหมือนกัน
  5. ได้ไอเดียหลากหลายของการแชร์กันของแต่ละคน

ใครที่สนใจโครงการแบบนี้ก็เตรียมตัวใว้ได้เลยครับ เพราะโครงการมีเปิดรับสมัครทุกปี โดยรวมถือว่าค่อนข้างโหดทีเดียว